Category Archives: MMN Updates

Empower Foundation Open Letter to the Prime Minister and the Centre for COVID-19 Situation Administration

June 2020

Open Letter To: The Prime Minister and the Centre for COVID-19 Situation Administration (CCSA)

Re: Situation of sex workers during the COVOD 19 crisis Empower Foundation and the network of human rights organizations take this opportunity to present this Open Letter to the Prime Minister and the Centre for COVID-19 Situation Administration (CCSA)

In response to the COVID-19 pandemic, the government ordered Entertainment Places to close, beginning on the 18 March 2020. Three months have passed, and the government has gradually allowed other businesses to re-open under the supervision of the Centre for COVID-19 Situation Administration (CCSA). This re-opening has been carried out in phases, with Phases 1 – 3 now complete, and Phase 4 underway. The CSSA has announced that entertainment places, bars, karaoke, and soapy massage parlors will remain closed. The ongoing closures will impact many sex workers.

According to an inspection of Entertainment Places undertaken by the Ministry of Interior in 2015, there were a total of 142,786 Entertainment Places. If each place employed just ten workers, it would mean Entertainment Places employ upwards of 1,427,860 workers. Sex workers are providing for their extended family, so a further five people will be affected for each sex worker out of work. The total number of people impacted is around 7.5 million people.

Because the government has not given a clear indication how long the closure orders will need to stay in place, sex workers are unable to make plans for their lives and the lives of their families. As one sex worker told Empower “If places stay closed, they have to help; If they can’t help, they must open”

Empower Foundation and the other signatories below are deeply concerned that by failing to provide direct assistance to those impacted, and by not giving a clear indication of the length of the closures, the government is increasing the risk of serious consequences such as increased corruption and exploitation, which will negatively impact on society including but not limited to sex workers.

Therefore, we urge the Government

1. To make a clear announcement how long entertainment places can expect to stay closed

2. To extend the period of the COVID relief support payments of 5,000 baht/month and to ensure it reaches all sex workers, including migrant and indigenous sex workers

3. To urgently pay the unemployment benefits owed to members of the Social Security Scheme Article 33, and extend the payment period from 90 days to 180 days

4. To expunge the criminal records of all sex workers arrested on prostitution charges so starting a new life more possible.

We trust the government recognizes the importance and urgency of the situation of sex workers in line with their promise “We don’t leave each other behind”. We hope “the government won’t leave us behind”

Respectfully yours,

Empower Foundation

Sex Workers of Phuket Sex Workers of Krabi

Sex Workers of Bangkok

Sex Workers of Pattaya

Sex Workers of Samut Sakhon

Sex Workers of Udon Thani

Sex Workers of Mukdahan

Sex Workers of Chiang Rai

Sex Workers of Chiang Mai

Proceedings of the Multi-Stakeholder Workshop on Migrant Agricultural Workers in Thailand now available

On 19 December 2019, Mekong Migration Network (MMN),  a network of Civil Society Organisations (CSOs) advocating for migrants’ rights in the Mekong region, held a multi-stakeholder workshop on Migrant Agricultural Workers in Thailand at the IBIS Riverside hotel in Bangkok, Thailand. Over 40 participants, including migrant workers representatives, Thai government officials from the Ministry of Labour, Cambodian government officials, CSOs from Thailand, Myanmar and Cambodia, the International Labour Organization (U.N.), and experts attended the Workshop to hear findings from MMN’s publication “Migrant Agricultural Workers in Thailand” and discuss how stakeholders can work towards improving protection mechanisms afforded this group of workers.

To read the proceedings of the workshop, please click here.

Proceedings of the Second Policy Dialogue of the Roles of Countries of Origin now available

From 16-17 September, Mekong Migration Network (MMN) organised the second Policy Dialogue on the Roles of Countries of Origin in Phnom Penh, Cambodia. More than 40 representatives from governments, civil society organisations (CSO), recruitment agencies’ associations from Cambodia, Myanmar and Vietnam, the Embassies of the Republic of the Philippines and Japan in Phnom Penh, intergovernmental organisations, and international non-governmental organisations gathered to hear research findings from MMN’s most publication “Social Protection Across Borders: Roles of Mekong Countries of Origin in Protecting Migrants’ Rights” and discuss how countries of origin can expand their role in enhancing migrants’ access to social protection across borders. The Policy Dialogue took place in tandem with a Labour Ministerial Conference held on 17 September in Siem Reap between governments of Cambodia, Lao PDR, Myanmar, Thailand and Vietnam (CLMTV) aimed at creating a joint framework on the portability of social security for migrant workers in CLMTV.

To read the proceedings of the second policy dialogue, click here.

မဟာမဲခေါင်ဒေသခွဲ (GMS) ရှိရွှေပြောင်းအလုပ်သမားနှင့် ၄င်းတို့၏ မိသားစုများအတွက် ကိုဗစ်-၁၉ ၏ သက်ရောက်မှုများနှင့် စပ်လျဉ်း၍ ထုတ်ပြန်ကြေညာချက်

แถลงการณ์เกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ต่อแรงงานข้ามชาติในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

3 เมษายน 2563

แถลงการณ์เกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ต่อแรงงานข้ามชาติในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การระบาดใหญ่ของโควิด-19 (COVID-19) กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน แรงงานข้ามชาติในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงเป็นกลุ่มประชากรที่มีมีความเปราะบางมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข ขาดความมั่นคงในการทำงานและความไม่มั่นคงของสถานะผู้เข้าเมือง ดังนั้นเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศต้นทางและประเทศปลายทางเพื่อปกป้องสวัสดิภาพและส่งเสริมสวัสดิการแก่แรงงานข้ามชาติและครอบครัว

ภูมิหลัง

อนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงเผชิญกับความท้าทายต่อการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสในปัจจุบัน เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องพึ่งพิงแรงงานข้ามชาติด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีสภาพทางพรมแดนที่ผู้คนเข้าออกได้หลายช่องทาง  ประเทศไทยในฐานะที่ประเทศปลายทางระดับอนุภูมิภาคที่มีผู้ย้ายถิ่นจากประเทศเมียนมา กัมพูชาและลาวมากกว่า 4 ล้านคนเข้ามาอยู่อาศัยและทำงาน  ในสภาวะการระบาดใหญ่ของโควิด-19 รัฐบาลไทย เมียนมาและกัมพูชาขอความร่วมมือไม่ให้แรงงานข้ามชาติจากประเทศดังกล่าวเดินทางกลับเข้าประเทศต้นทาง อย่างไรก็ตาม แรงงานข้ามชาติจำนวนมากอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ต้องกลับประเทศเพราะการอยู่ในประเทศไทยหมายถึงการรับความเสี่ยงที่จะไม่มีงานทำ ไม่มีเงินซื้ออาหารและกลายสภาพเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยไปในที่สุด ในวันที่ 26 มีนาคม .. 2563 รัฐบาลไทยประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการบังคับใช้มาตรการต่างๆเพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็วและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น

ก่อนจะมีการประกาศประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็มีการปิดชายแดนทางบกทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม .. 2563 แต่ต่อมาได้มีการผ่อนปรนการเปิดด่านพรมแดนในหลายจุดเนื่องจากความต้องการที่จะเดินทางกลับประเทศต้นทางของผู้ย้ายถิ่น มีการคาดการณ์ว่าแรงงานข้ามชาติ 60,000 คนเดินทางออกจากประเทศไทย ด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนตามบริเวณแนวชายแดน ทำให้เกิดความวิตกในหมู่แรงงานข้ามชาติท่ามกลางสภาวะการระบาดใหญ่และส่งผลให้มีผู้ย้ายถิ่นจำนวนมากพยายามใช้ช่องทางอื่นนอกเหนือการผ่านด่านพรมแดนกลับไปยังประเทศต้นทาง ในวันที่ 24 มีนาคม .. 2563 มีมติจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ผ่อนผันการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเมียนมา กัมพูชาและลาว รวมไปถึงบุตรของแรงงานข้ามชาติที่ใบอนุญาตทำงานกำลังจะสิ้นสุดลง สามารถทำงานในประเทศไทยไปพลางได้ก่อนถึงวันที่ 30 มิถุนายน .. 2563 ในวันเดียวกันนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างประกาศกระทรวงแรงงานเกี่ยวกับมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 สำหรับผู้ประกันตนภายใต้กองทุนประกันสังคม

ขณะที่มาตรการต่างๆได้รับการขานรับจากหลายภาคส่วน แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ครอบคลุมไปถึงผู้ที่ต้องเผชิญภาวะวิกฤตจากการสูญเสียหนทางทำมาหากินจากระบาดใหญ่ของโควิด-19 อันหมายรวมถึงแรงงานข้ามชาติจำนวนมากไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการดูแลและเยียวยาจากรัฐเพราะพวกเขาไม่มีเอกสารการทำงานในประเทศไทยที่ถูกต้องและไม่เข้าเกณฑ์เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเนื่องจากเป็นแรงงานข้ามชาตินอกระบบ

การผ่อนผันการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียนในระบบ แต่ละเลยแรงงานข้ามชาตินอกระบบในภาวะวิกฤตแพร่ระบาดในปัจจุบัน ยิ่งทำให้พวกเขาต้องเผชิญการถูกดำเนินการภายใต้การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเข้าเมือง แม้แต่แรงงานข้ามชาติที่ได้รับการจดทะเบียนอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยก็ไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาตทำงานและวีซ่าผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยและสถานทูตประเทศต้นทางก็เต็มไปด้วยแรงงานข้ามชาติที่ล้นหลามและเกิดการสื่อสารข้อมูลที่ขัดแย้งกันให้แก่แรงงานข้ามชาติ

แรงงานข้ามชาติที่เดินทางกลับไปยังประเทศต้นทางก็ต้องพบความท้าทายมากมาย รัฐบาลประเทศเมียนมา กัมพูชาและลาวมีการใช้มาตรการกักตัวเพื่อดูอาการแรงงานข้ามชาติ โดยมีการเริ่มให้แยกสังเกตอาการที่บ้าน ต่อมาให้มีการกักตัวในศูนย์ควบคุมโรคที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้หรือมีการให้กักตัวในศูนย์กักกันโรคในชุมชนของแรงงานข้ามชาติที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนา แรงงานข้ามชาติมีข้อจำกัดในการที่จะเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติและการจัดการด้านนโยบายการกักกันเพื่อสังเกตอาการ การจัดเตรียมการเดินทางสำหรับแรงงานข้ามชาติสู่ภูมิลำเนาก็เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ในบางชุมชนของแรงงานข้ามชาติบางแห่งมีการเตรียมรองรับแรงงานข้ามชาติที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนาในวิธีที่แตกต่างกันไปโดยสมาชิกในชุมชนกันเอง หากวิธีการในทางปฏิบัติดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะความหวาดกลัวและความระแวงภายในชุมชน ก็ยิ่งจะทำให้เกิดการตราหน้าประณามต่อแรงงานข้ามชาติที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนา อีกทั้ง สมาชิกในชุมชนก็ขาดการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและมีความกังวลเรื่องสถานบริการสาธารณสุขในชุมชนถึงความพร้อมของการรับมือภาวะระบาดใหญ่และสิ่งที่ต้องจัดหาไว้ให้เมื่อยามเจ็บป่วย

แรงงานข้ามชาติที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเป็นจำนวนมากย่อมมีผลกระทบต่อประเทศต้นทางทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค เนื่องจากแรงงานข้ามชาติหลายคนไม่มีเอกสารสำคัญประกอบจึงทำให้เกิดความยุ่งยากที่จะเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคมในประเทศต้นทาง รวมไปถึงการบริการสุขภาพพื้นฐาน การหลั่งไหลของแรงงานข้ามชาติที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนาก็เป็นสาเหตุให้เกิดความยากลำบากในระดับครอบครัวเพราะสมาชิกครอบครัวต้องจัดหาอาหารและช่วยเหลือญาติที่กลับมาโดยมีระยะเวลาการเตรียมการอันสั้น อีกทั้ง การยืดเวลาการชัตดาวน์ในพื้นที่ต่างๆอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ฉุกเฉินของโควิด-19 ทำให้การส่งเงินกลับประเทศโดยแรงงานข้ามชาติต้องหยุดลงซึ่งจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อประเทศต้นทาง

ข้อเสนอแนะ

จากความท้าทายข้างต้น เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ดังนี้

  1. กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยประกาศให้แรงงานข้ามชาติและผู้ย้ายถิ่นทราบทั่วกันโดยไม่คำนึงถึงสถานะผู้เข้าเมืองว่าทุกคนก็สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพซึ่งได้ตระเตรียมไว้เพื่อรองรับความซับซ้อนของการระบาดใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้ง การระบาดใหญ่ครั้งนี้เน้นย้ำว่ามีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะจัดสรรให้มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าจากทั้งมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนและด้านสาธารณสุข
  2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานทั้งในประเทศไทยและประเทศต้นทางทำงานร่วมกันเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลสาธารณะให้แพร่ออกไปอย่างกว้างขวางโดยมีวัตถุประสงค์ให้แรงงานข้ามชาติทราบถึงข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในภาษาของแรงงานข้ามชาติที่เหมาะสม ข้อมูลดังกล่ารวมไปถึง มาตรการป้องกันเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สิ่งที่ต้องทำและการติดต่อสถานบริการสาธารณสุขในกรณีเจ็บป่วย การปิดด่านพรมแดน การเว้นระยะห่างทางสังคมและการกักกันตัวเอง การกักตัวเพื่อดูอาการและมาตรการบรรเทาทุกข์สำหรับแรงงานข้ามชาติในกรณีสูญเสียรายได้หรือถูกเลิกจ้างกะทันหัน
  3. กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขออกคำแนะนำด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานในภาษาไทยและภาษาของแรงงานข้ามชาติสำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ยังคงต้องทำงานต่อไปรวมไปถึงแรงงานที่ทำงานในบ้าน
  4. รัฐบาลไทยปล่อยตัวผู้ต้องขังซึ่งเป็นผู้ย้ายถิ่นกรณีเข้าเมืองโดยไม่มีเอกสารถูกต้อง ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 2  การปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค ดังนั้น สถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและห้องควบคุมตัวควรได้รับการปิดในช่วงการระบาดใหญ่ สภาพสถานกักขังที่มีผู้ต้องขังอยู่อย่างแออัดเกินไปและการให้การดูแลสุขภาพที่ไม่ทั่วถึง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้การแพร่ระบาดของโควิด-19เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น การคุมขังผู้ย้ายถิ่นกรณีเข้าเมืองโดยไม่มีเอกสารถูกต้องไม่ควรมีไว้เพื่อการลงโทษและควรให้ความชอบธรรมเป็นรายกรณีในการปล่อยตัวผู้ต้องขังหรือส่งกลับประเทศต้นทาง แต่เนื่องจากสถานการณ์การปิดพรมแดนและข้อจำกัดทางด้านการเดินทางระดับสากลทำให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปไม่ได้
  5. รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการบรรเทาทุกข์ที่เหมาะสมและตอบสนองกรณีการสูญเสียงานและรายได้ให้แก่แรงงานข้ามชาติทุกคน รวมไปถึงแรงงานข้ามชาตินอกระบบและแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารอนุญาตทำงานที่ครบถ้วน
  6. กระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยและประเทศต้นทางทำงานประสานด้านการส่งกลับผู้ย้ายถิ่นในเรื่องการคัดกรอง การกักตัวเพื่อดูอาการและจำนวนผู้ย้ายถิ่นที่จะเดินทางผ่านด่านพรมแดนได้ในแต่ละครั้ง
  7. ประเทศต้นทางรับรองมาตรฐานการคัดกรองแรงงานข้ามชาติกลับคืนสู่ภูมิลำเนาโดยมีการปฏิบัติการที่มีความละเอียดรอบคอบและโปร่งใส รวมไปถึงมีการจัดสรรข้อมูลที่ชัดเจนให้แก่แรงงานข้ามชาติเกี่ยวกับการบริการด้านสุขภาพและกระบวนการกักตัวเพื่อดูอาการ อีกทั้ง ประเทศต้นทางต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สาธารณะและป้องกันไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติกลับคืนสู่ภูมิลำเนา
  8. ประเทศต้นทางอำนวยความสะดวกแก่แรงงานข้ามชาติที่ตกค้างอยู่ที่ด่านพรมแดนให้สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย
  9. ประเทศต้นทางผ่อนปรนข้อกำหนดด้านเอกสารให้แก่แรงงานข้ามชาติกลับคืนสู่ภูมิลำเนา เพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขโดยไม่คำนึงถึงสถานะและสิทธิที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎร
  10. 10.ประเทศต้นทางมีมาตรการสนับสนุนครอบครัวของแรงงานข้ามชาติที่สูญเสียรายได้อันเนื่องมาจากการกลับคืนสู่ภูมิลำเนา มาตรการดังกล่าวอาจจะพิจารณาให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบรรเทาทุกข์ของประเทศนั้นๆเพื่อให้การช่วยเหลือแรงงานที่สูญเสียรายได้อันเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19
  11. 11.สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ต้องทำงานอย่างเป็นเอกภาพและประสานงานให้เกิดการตอบสนองต่อการเคลื่อนย้ายของผู้คนในวิธีที่จะลดการการแพร่กระจายของโควิด-19 ในขณะก็มีการรักษาศักดิ์ศรีและสิทธิของแรงงานข้ามชาติ

วิกฤตการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 ย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องจัดสรรโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมให้แก่กลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด นั่นหมายถึงแรงงานข้ามชาติ เพราะโรคอุบัติใหม่นี้สามารถแพร่ระบาดข้ามพรมแดนสู่ผู้คนไม่ว่าจะมีสถานะทางสังคมแบบใด เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเรียกร้องให้รัฐบาลในประเทศอนุภาคลุ่มน้ำโขงใช้หลักธรรมาภิบาลว่าด้วยการย้ายถิ่นแรงงานอันเป็นไปตามกรอบสิทธิมนุษยชน รัฐบาลต้องไม่ใช้ภาวะวิกฤตเพื่อการฉวยโอกาสที่จะทำให้การตรวจตราที่ล่วงล้ำถูกทำให้เป็นปกติและเสรีภาพของประชาชนถูกจำกัดเมื่อวิกฤตการระบาดนี้จบลง การประกาศใช้อำนาจฉุกเฉินต้องมีการจำกัดระยะเวลาและความเหมาะสมภายใต้การพิจารณาของสาธารณชน ไม่ใช้เพื่อให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่บางกลุ่ม

เกี่ยวกับเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Mekong Migration Network – MMN)

เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง  (Mekong Migration Network – MMN) เป็นองค์กรภาคประชาสังคมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง นับตั้งแต่ปี .. 2544 สมาชิกในเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงปฏิบัติหน้าที่ทั้งในประเทศต้นทางของแรงงานข้ามชาติและประเทศปลายที่แรงงานข้ามชาติเดินทางเข้ามาทำงาน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทำงานกับแรงงานข้ามชาติในระดับการทำงานภาคสนาม และทางเครือข่ายมีการจัดการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียภาครัฐบาลในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

กรุณาเยี่ยมชมหน้าเว็บของเรา www.mekongmigration.org โทรศัพท์  + 66 (53) 283259

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Ms. Reiko Harima ผู้ประสานงานระดับภูมิภาคเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง  อีเมลล์ reiko@mekongmigration.org (อังกฤษและญี่ปุ่น)

นางสาวญาณิน วงค์ใหม่ ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อีเมลล์ yanin@mekongmigration.org (อังกฤษและไทย)

Mr. Brahm Press ผู้อำนวยการ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ อีเมลล์ : brahm.press@gmail.com(อังกฤษและไทย)

Mr. Sokchar Mom ผู้อำนวยการ องค์กร Legal Support for Children and Women ประเทศกัมพูชา อีเมลล์ sokchar_mom@lscw.org (อังกฤษและเขมร)

Ms. Thet Thet Aung, ผู้อำนวยการ องค์กร Future Light Center, Myanmar อีเมลล์ thet2aung2012@gmail.com (พม่า)

______________

[1] พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 9, http://www.mfa.go.th/main/contents/files/news3-20200329-164122-910029.pdf

[2] เรื่องเดียวกัน ข้อ 2

Back to Top