ข่าวงานเปิดตัวหนังสือของเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หนังสือ “มุมมองผ่านสายตาเรา”– เสียงสะท้อนจากแรงงานย้ายถิ่นในลุ่มน้ำโขง 2543-2555

ข่าวงานเปิดตัวหนังสือของเครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

หนังสือ มุมมองผ่านสายตาเรา” เสียงสะท้อนจากแรงงานย้ายถิ่นในลุ่มน้ำโขง 2543-2555

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา เครือข่ายการย้ายถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้จัดงานเปิดตัวหนังสือมุมมองผ่านสายตาเรา” เสียงสะท้อนจากแรงงานย้ายถิ่นในลุ่มน้ำโขง 2543-2555  ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย แขกที่มาร่วมงานได้แก่ตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน   สถานทูตมาเลเซียในประเทศไทย องค์การการย้ายถิ่นระหว่างประเทศ  องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ยูเอ็นดีพี  ประชาสังคมและสื่อมวลชน

“มุมมองผ่านสายตาเรา”  เสียงสะท้อนจากแรงงานย้ายถิ่น เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวส่วนตัว การวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งอย่างละเอียด   จากแรงงานข้ามชาติ  15 คนจากประสบการณ์ของพวกเขาและเธอในช่วงเวลาสิบสองปีที่ผ่านมา   หนังสือได้ถ่ายทอดเรื่องราวของแรงงานจากหลายประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงงานประมง พนักงานบริการ โรงงาน งานก่อสร้าง งานเหมืองแร่และแรงงานที่ทำงานบ้าน มุมมองสำคัญที่ถ่ายทอดในแง่ของผลกระทบในทางปฏิบัติของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของแรงงานข้ามชาติ ด้วยความหวังที่ว่าหนังสือนี้จะช่วยในการอุดช่องว่างได้บ้างในปัญหาของการขาดการตระหนักถึงปัญหาที่แรงงานข้ามชาติไม่มีพื้นที่ที่จะแสดงความเห็นในการประชุมสาธารณะทางนโยบาย

วิทยากรที่ให้เกียรติร่วมเปิดตัวหนังสือ คือแรงงานข้ามชาติเอง ได้แก่คุณ จายพรศักดิ์   คุณอินเรินและคุณโกบาดิน

โกบาดินเป็นแรงานที่มาจากพม่า ผู้ซึ่งทำงานเป็นหัวหน้าคนงานในเหมืองระเบิดหิน   โกบาดินได้นำเสนอถึงสภาพการทำงานที่อันตรายมากสำหรับแรงงานที่ทำงานในเหมืองระเบิดหิน และการขาดการให้การศึกษา และการป้องกันในส่วนของอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน   เมื่อมีคำถามว่ามีแรงงานกี่คนที่ต้องสังเวยชีวิตจากการทำงานในสภาพที่อันตรายนี้  โกบาดินตอบว่ามีจำนวนมากเกินกว่าที่จะนับได้  โดยเฉพาะแรงงานที่ไม่มีเอกสารทางกฎหมาย ศพของแรงงานเหล่านี้ถูกฝังโดยไม่มีพิธีการทางศาสนาในเหมืองระเบิดหิน

คุณอินเริน อายุ 81 ปี แรงงานหญิงจากกัมพูชา   เธอได้ย้ายถิ่นเพื่อพยายามที่จะหาเลี้ยงครอบครัว คุณยายอินเรินบอกว่าเนื่องจากอายุมากแล้ว ทำงานอื่นไมได้ นอกจากการขอทาน ในช่วงที่ขอทานคุณยานยอินเรินถูกจับ ถูกขังและส่งกลับกัมพูชาหลายต่อหลายครั้ง    แต่คุณยายมักจะต้องเดินทางด้วยตนเองกลับมาขอทานอีกเพราะว่ายังจะต้องหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวและเพื่อความอยู่รอด คุณยายรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ถูกทำร้ายร่างกายในขณะที่อยู่ในห้องกัก แต่คุณยายบอกว่าอาหารในห้องขังไม่น่าประทับใจเลย

คุณจายพรศักดิ์ เป็นแรงงานไทใหญ่ทำงานก่อสร้างหลายปีในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย  เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของกลุ่มแรงงานสามัคคี (WSA) คุณจายพรศักดิ์ตอบคำถามที่ว่าแรงานจากพม่าในประเทศไทยต้องการอะไรจากรัฐบาลใหม่ของพม่า จายพรศักดิ์บอกว่าแรงงานต้องการให้รัฐบาลในระยะยาวเปลี่ยนศูนย์ที่ตอนนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อพิสูจน์สัญชาติไปเป็นศูนย์ที่ให้การสนับสนุนแรงงาน คุณจายศักดิ์เสนอว่าศูนย์นี้ควรที่จะจัดให้มีการให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายในกรณีที่แรงงานถูกละเมิดสิทธิแรงงานและการละเมิดอื่นๆ

บทสรุปของงานเปิดตัวหนังสือนี้จบลงด้วยความหวังที่ว่าการพัฒนานโยบายในอนาคตอันใกล้จะทำให้แรงงานมีส่วนร่วม เพื่อให้นโยบายเป็นมุมมองจากสายตาของผู้ที่ย้ายถิ่นอย่างแท้จริง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณ  ออมสิน  บุญเลิศ  plaii@mekongmigration.org โทร 086 923 8313)

 http://www.mekongmigration.org

DSC_0003.JPG DSC_0008.JPGDSC_0012.JPGDSC_0021.JPGDSC_0025.JPGDSC_0026.JPGDSC_0030.JPGDSC_0050.JPGDSC_0053.JPGDSC_0063.JPGDSC_0067.JPGDSC_0055.JPGDSC_0071.JPGDSC_0079.JPG

Back to Top